เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินกันมาบ้างว่าหากกำลังต้องเผชิญกับความเครียดหรือความกดดันให้ลองทำงานศิลปะบำบัดดูแล้วจะช่วยได้ ใครเคยลองทำแล้วยังไงก็ต้องรู้ว่าหมายความว่ายังไงหรือมีลักษณะเป็นแบบไหน แต่หากคุณเป็นมือใหม่กำลังมองหาแนวทางรับมือกับสถานการณ์ปัจจุบันของคุณอยู่ บังเอิญเจอกับคำว่าศิลปะบำบัดแต่ยังไม่เข้าใจว่าจริง ๆ แล้ว คือ อะไร เหมาะกับใคร หรือมีส่วนช่วยได้ยังไง เดี๋ยวเราจะพาไปทำความเข้าใจให้มากขึ้น
ศิลปะบำบัด คือ อะไร ช่วยเราได้อย่างไร
ศิลปะบำบัดหรือก็คือการใช้ศิลปะเพื่อเยียวยาจิตใจ โดยมีจุดประสงค์หลักเพื่อให้คนทำงานศิลปะนั้นมีโอกาสได้แสดงอารมณ์ความรู้สึกหรือความนึกคิดผ่านผลงาน พร้อมสร้างความตระหนักรู้และความเข้าใจว่ากำลังเผชิญกับสถานการณ์ใดอยู่ ก่อนจะนำไปสู่หนทางแก้ไขในอันดับถัดไป
ประโยชน์หรือข้อดีหลัก ๆ ของการทำงานศิลปะ คือ ช่วยให้เราเป็นตัวเองได้แบบ 100% โดยไม่ต้องกลัวว่าใครจะมาตัดสินหรือมีข้อจำกัด แค่ลงมือทำงานศิลปะเท่านั้น จากนั้นค่อยนำเอางานศิลปะที่ทำมาวิเคราะห์อีกทีหนึ่งว่ามีอะไรเชื่อมโยงกับความคิดหรือความรู้สึกของแต่ละคน ณ ขณะนั้นบ้าง ทำให้ไม่ได้มีประโยชน์เพียงแค่ช่วยให้เข้าใจหรือกล้าแสดงออกเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังเสริมสร้างสมาธิและลดความเครียดไปในตัวด้วยนั่นเอง
จำเป็นต้องวาดรูปเป็นหรือเปล่า ถึงจะเข้าร่วมศิลปะบำบัดได้
หลายคนคงมีความกังวลไม่น้อยเวลาบอกว่าต้องทำงานศิลปะบำบัดอาจต้องมาพร้อมกับสกิลการวาดรูประดับมืออาชีพหรือเปล่าถึงจะสามารถทำได้ คำตอบ คือ ไม่จำเป็นเลยและการทำงานศิลปะก็ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การวาดรูปเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงการฟังเพลง การทำงานปั้น การเขียน และอื่น ๆ ด้วย
ใครบ้างที่เหมาะกับการทำศิลปะบำบัด
บุคคลที่เหมาะสำหรับการทำศิลปะบำบัดประกอบไปด้วย
- คนที่กำลังเผชิญกับความยากลำบากในการแสดงอารมณ์หรือความรู้สึก
- คนที่มีปัญหาเกี่ยวกับสภาวะจิตใจ เช่น ผู้ป่วยกลุ่มโรคซึมเศร้าหรือมีภาวะเครียด
- คนที่ทำงานซ้ำซากหรือทำงานเดิม ๆ ติดต่อกันเป็นเวลานาน
- คนที่ทำงานเกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรม
- คนที่มีหน้าที่ในการบำบัดและเยียวยาผู้อื่น เพราะอาจมัวแต่ใส่ใจอารมณ์หรือความรู้สึกของคนอื่นโดยปล่อยปละละเลยความรู้สึกของตัวเอง
สรุปได้ว่าศิลปะเป็นหนึ่งในแนวทางการบำบัดหรือฟื้นฟูจิตใจ โดยมุ่งเน้นไปที่การเสริมสร้างการแสดงออกทางอารมณ์และความรู้สึกผ่านผลงาน จึงมีส่วนช่วยมาก ๆ สำหรับคนที่กำลังเผชิญกับความยากลำบากในการแสดงอารมณ์หรือความรู้สึก ซึ่งอาจเกิดจากภาระหน้าที่ที่ตนเองรับผิดชอบหรือความกดดัน ได้มีโอกาสทำความเข้าใจหรือทำความรู้จักตัวเองมากยิ่งขึ้น
