บริษัทประกัน แตกต่างจาก โบรกเกอร์ประกันอย่างไร

เวลาเราค้นหาข้อมูลเกี่ยวผลิตภัณฑ์ประกันภัย หลายคนอาจสงสัยว่า บริษัทประกันคืออะไร และ โบรกเกอร์ประกันคืออะไร เหตุก็เพราะว่าเรามักจะพบเจอคำนี้บ่อยเสียเหลือเกิน บทความนี้เรามาดูกันว่าที่จริงแล้วสองอย่างนี้คืออะไร และ ต่างกันอย่างไร 

บริษัทประกัน คืออะไร?

คือ บริษัทที่ดำเนินธุรกิจในการรับประกัน รับทำสัญญา (ออกกรมธรรม์) ให้ความคุ้มครองชีวิตและการออมเงิน หรือคุ้มครองภัยพิบัติต่างๆ เช่น ประกันอัคคีภัย ประกันภัยรถยนต์ ประกันสุขภาพ ฯลฯ เป็นการดำเนินธุรกิจให้บริการทางด้านการเงินอีกรูปแบบหนึ่ง บริษัทประกันจะเป็นผู้ประเมินความเสี่ยงภัยต่างๆ เพื่อคำนวณหาค่าเบี้ยประกัน ที่จะเรียกเก็บจากผู้เอาประกันทุกคนให้ได้เงินหรือกองทุนเพียงพอที่จะจ่ายค่าสินไหมประกัน ตามสัญญากรมธรรม์ประกันรูปแบบต่างๆ 

โบรกเกอร์ประกันรถ คืออะไร?

โบรกเกอร์ประกันรถ เป็นบริษัทที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจ ประกันภัยรถยนต์ ทำหน้าที่เป็นตัวกลางระหว่างบริษัทประกันกับพวกเราที่เป็นเจ้าของรถยนต์  หรือบุคคลที่มีความต้องการจะทำประกันภัยรถยนต์ โดยบริษัทเหล่านี้ต้องมีการแจ้งจดทะเบียนกับทางหน่วยงานรัฐบาลก่อนจึงจะสามารถเริ่มธุรกิจได้ ซึ่งลักษณะธุรกิจของบริษัทก็คือ เสนอขายความคุ้มครองต่อความเสียหายให้กับพวกเราๆ (หรือเข้าใจง่ายๆ ก็คือ เสนอขายประกันให้กับประชาชนทั่วไปนั่นเอง) ซึ่งโบรกเกอร์ประกันรถนี้ก็จะให้ความสำคัญกับประกันภัยรถยนต์เป็นหลักนั่นเอง และหน้าที่หลักๆ ของโบรกเกอร์ประกันภัยรถยนต์ก็คือ การให้คำแนะนำในเรื่องของประกันภัยรถยนต์ประเภทต่าง ๆ ของหลาย ๆ บริษัท ทั้งในส่วนของ ค่าเบี้ยประกัน  ความคุ้มครองในกรณีต่าง ๆ รวมถึงวงเงินที่ให้ความคุ้มครองอีกด้วย

ดังนั้น ความแตกต่างของโบรกเกอร์ประกันภัยรถยนต์ ก็คือ โบรกเกอร์จะไม่ได้สังกัดบริษัทประกันบริษัทใดบริษัทหนึ่ง ซึ่งจะทำให้สามารถนำเสนอประกันภัยของทุกๆ บริษัทที่น่าสนใจให้กับพวกเราที่สนใจทำประกันภัยรถยนต์ได้ เรานั้นสามารถเลือกให้ตรงกับความต้องการของตัวเอง และคุ้มค่ากับเงินที่เสียไปของพวกเราให้มากที่สุดนั่นเอง

และท้ายที่สุด เพื่อนๆ ก็จะสามารถเปรียบเทียบข้อมูลต่างๆ ของประกันภัยรถยนต์แต่ละประเภทของแต่ละบริษัทก่อนการตัดสินใจทำประกันภัยได้ง่ายยิ่งขึ้น เช่น ค่าเบี้ยประกัน ทุนจดประกัน ประกันรถยนต์ชั้น 1 ราคาถูก ขอบเขตการครอบคลุมการชดเชยค่าเสียหาย เป็นต้น รวมถึงบางครั้งยังมีข้อเสนอพิเศษเพิ่มเติมให้อีกอย่างเช่น ผ่อนจ่ายค่าเบี้ยประกัน 0% เป็นต้น 

Related Post

ผนังสําเร็จรูป precast

ทำความรู้จักผนังสําเร็จรูป precast และข้อดีในการใช้งาน

ผนังสําเร็จรูป precast คืออะไร? ผนังสําเร็จรูป precast คือผนังที่ถูกผลิตขึ้นล่วงหน้าในโรงงานโดยมีการควบคุมคุณภาพอย่างเข้มงวด ก่อนจะนำไปติดตั้งในไซต์งานก่อสร้างจริง รูปแบบการผลิตนี้ช่วยลดเวลาการก่อสร้างและเพิ่มความแม่นยำในการทำงาน โดยทั่วไปผนัง precast จะทำจากคอนกรีตที่เสริมแรง ทำให้มีความแข็งแรงทนทานสูง เหมาะกับงานก่อสร้างทั้งอาคารพักอาศัย โรงงาน หรืออาคารสำนักงาน ข้อดีของผนังสําเร็จรูป precast สรุป ผนังสําเร็จรูป precast เป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับงานก่อสร้างยุคใหม่ที่ต้องการความรวดเร็ว คุณภาพ และความคุ้มค่า การเลือกใช้ผนัง precast ไม่เพียงแต่ช่วยลดเวลาการก่อสร้างเท่านั้น แต่ยังเพิ่มความแข็งแรงทนทานของอาคาร อีกทั้งยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ด้วยข้อดีเหล่านี้จึงไม่น่าแปลกใจที่ผนังสําเร็จรูป precast จะได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในวงการก่อสร้าง ถ้าคุณกำลังมองหาวิธีเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนในการก่อสร้าง การใช้ผนังสําเร็จรูป precast อาจเป็นคำตอบที่เหมาะสมสำหรับโครงการของคุณ

Smoke detector

เคล็ดลับดูแลและบำรุงรักษา Smoke Detector ให้ใช้งานได้ยาวนาน

Smoke detector หรือเครื่องตรวจจับควัน เป็นอุปกรณ์เล็กๆ ที่อาจช่วยชีวิตคุณและครอบครัวจากเหตุการณ์ไฟไหม้ได้อย่างไม่น่าเชื่อ แต่หลายครั้งผู้ใช้งานติดตั้งแล้วก็ “ลืมไปเลย” ว่ามันก็ต้องการการดูแลเช่นกันเพื่อให้ Smoke detector ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพในเวลาที่คุณต้องการมากที่สุด มาดูเคล็ดลับง่ายๆ ที่จะช่วยยืดอายุการใช้งานและรักษาสภาพการทำงานให้อยู่ในระดับที่ดีที่สุดกันครับ ตรวจสอบการทำงานเป็นประจำทุกเดือน สิ่งแรกที่ควรทำคือ กดปุ่ม “Test” บน Smoke detector เดือนละครั้ง เพื่อเช็กว่าเครื่องยังทำงานปกติอยู่หรือไม่หากกดแล้วไม่มีเสียง หรือเสียงอ่อนมาก อาจเป็นสัญญาณว่าแบตเตอรี่ใกล้หมด หรือระบบมีปัญหา ควรดำเนินการเปลี่ยนทันที เปลี่ยนแบตเตอรี่ปีละครั้ง (หรือเมื่อมีเสียงเตือน) Smoke detector ส่วนใหญ่มาพร้อมแบตเตอรี่ที่ต้องเปลี่ยนเมื่อหมดอายุ โดยเฉพาะรุ่นที่ใช้พลังงานจากถ่าน 9 โวลต์ ทำความสะอาดตัวเครื่องทุก 3–6 เดือน ฝุ่นและคราบสกปรกอาจเข้าไปอุดกั้นเซนเซอร์ตรวจจับควัน ทำให้ Smoke detector ทำงานผิดพลาด ติดตั้งให้ถูกจุด ไม่ใกล้พัดลม หรือช่องระบายอากาศ การติดตั้ง Smoke detector ในตำแหน่งที่เหมาะสมจะช่วยให้การตรวจจับควันแม่นยำยิ่งขึ้น เปลี่ยนเครื่องใหม่เมื่อถึงอายุการใช้งาน Smoke detector มีอายุเฉลี่ยการใช้งานประมาณ 8–10 ปี […]

ซื้อของจากจีน

สินค้ายอดนิยมที่คนไทยมักซื้อจากจีนและวิธีเลือกซื้อให้ดี: คู่มือฉบับสมบูรณ์

ปัจจุบัน การสั่งซื้อสินค้าจากจีนกลายเป็นกระแสหลักที่คนไทยหันมาใช้กันอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์อย่าง Taobao, 1688 และ AliExpress เนื่องจากความหลากหลายของสินค้า ราคาที่เข้าถึงได้ง่าย และโอกาสในการหาสินค้าเฉพาะที่หาไม่ได้ในประเทศ อย่างไรก็ตาม การซื้อของจากจีนให้คุ้มค่าและปลอดภัยต้องอาศัยความรู้และความเข้าใจในสินค้ายอดนิยม พร้อมเทคนิคการเลือกซื้อที่ถูกต้อง บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจอย่างลึกซึ้ง พร้อมเคล็ดลับที่ทำให้คุณช้อปปิ้งได้อย่างมีประสิทธิภาพ 1. ทำไมคนไทยถึงนิยมสั่งซื้อสินค้าจากจีน? 2. สินค้ายอดนิยมที่คนไทยมักซื้อจากจีน เสื้อผ้าแฟชั่นและเครื่องประดับ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และแก็ดเจ็ต ของใช้ในบ้านและเครื่องครัว ของเล่นและของขวัญ 3. วิธีเลือกซื้อสินค้าจากจีนให้ได้ของดีและปลอดภัย 3.1 ตรวจสอบรีวิวและคะแนนร้านค้าอย่างละเอียด 3.2 อ่านรายละเอียดสินค้าอย่างถี่ถ้วน 3.3 เลือกใช้บริการชิปปิ้งที่เชื่อถือได้ 3.4 ตรวจสอบนโยบายการคืนสินค้าและการเคลม 3.5 วางแผนเรื่องภาษีและค่าขนส่ง 4. เคล็ดลับเพิ่มเติมเพื่อประสบการณ์ช้อปปิ้งที่ดี สรุป การซื้อของจากจีนสามารถเปิดโอกาสให้คุณได้สินค้าคุณภาพ ราคาประหยัด และตัวเลือกที่หลากหลาย แต่ก็ต้องอาศัยความรู้และความรอบคอบตั้งแต่การเลือกสินค้า ตรวจสอบร้านค้า ไปจนถึงการวางแผนเรื่องภาษีและการขนส่ง โดยเฉพาะสินค้ายอดนิยมอย่างเสื้อผ้าแฟชั่น อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ของใช้ในบ้าน และของเล่น หากคุณปฏิบัติตามคำแนะนำข้างต้น จะช่วยให้คุณลดความเสี่ยงและได้สินค้าที่ตอบโจทย์ความต้องการจริง ๆ อย่างคุ้มค่าที่สุด